2007年9月11日火曜日


สุริโยไท เป็นภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์ ดำเนินเรื่องผ่านคำบอกเล่าของ โดมิงโก ดือ ซีซัส (Domingos De Seixas) ทหารรับจ้างของชาวโปรตุเกส ผู้ซึ่งเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรอโยธยาช่วงพุทธศักราช 2067 ถึง 2092 โดยเน้นถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตของตัวละครเอก คือพระสุริโยไท (สมเด็จพระสุริโยทัย) พระมเหสีของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ กษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา
เรื่องราวเหตุการณ์ของแผ่นดิน นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในพระชนม์ชีพของพระสุริโยไท ตั้งแต่พระชนมายุ 15 พรรษา นับตั้งแต่เรื่องของความรักความผูกพัน การอภิเษกสมรส การย้ายถิ่นฐานเข้าสู่ราชธานีชีวิตในราชสำนัก การดำรงรักษาสถานภาพ และเกียรติยศของพระราชวงศ์
ความเปลี่ยนแปลงอันเกิดจากการสืบทอดราชสมบัติ ผลัดแผ่นดิน สะท้อนให้เห็นถึงธรรมชาติของมนุษย์ปุถุชน ซึ่งมีทั้งความเข้มแข็ง ความอ่อนแอ ความซื่อสัตย์จงรักภักดี ความทะเยอะทะยานมักใหญ่ใฝ่สูง ความเห็นแก่ตัว การแก่งแย่งแข่งดี และการเสียสละเพื่อความอยู่รอด
หมายเหตุ จากเดิม " สุริโยทัย " เปลี่ยนเป็น " สุริโยไท " ใช้ทั้งชื่อตัวละคร และชื่อภาพยนตร์ ทั้งนี้เพื่อความเหมาะสมของภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์ และเป็นคำไทยโบราณที่ใช้ในยุคสมัยนั้น

สุริโยไท ข้อมูลจำเพาะ
อนึ่ง ในปี พ.ศ. 2547 ฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปลา ผู้กำกับชาวอเมริกัน ได้ตัดต่อและเพิ่มฉากใหม่เข้าไป เป็นฉบับใหม่สำหรับฉายในต่างประเทศ โดยใช้ชื่อว่า " The Legend of Suriyothai "

ผู้กำกับ : หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล
ผู้อำนวยการสร้าง : หม่อมกมลา ยุคล
ตัดต่อ : หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล
ผู้กำกับกอง 2 : เปี๊ยก โปสเตอร์
ผู้ช่วยผู้กำกับ : สุรศักดิ์ วงษ์ไทย, ปิยะลักษณ์ มหาธนทรัพย์
คัดเลือกนักแสดง : อรชุมา ยุทธวงศ์
ผู้กำกับภาพ : Igor Luther, Stanislav Dorsic
ผู้จัดการกองถ่าย : คุณากร เศรษฐี
ผู้เขียนบท : หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล
ผู้ให้ข้อมูลด้านประวัติศาสตร์ : .ดร.สุเนตร ชุตินธรานนท์
ผู้ออกแบบฉาก : ประสพโชค ธนะเศรษฐวิไล
ผู้กำกับศิลป์ : เจษฎา ผันอากาศ, ประเสริฐ โพธิ์ศรีรัตน
ผู้กำกับดนตรี : Richard Harvey
แผนกเสื้อผ้า : ฐิติกรณ์ ศรีชื่น, สุกัญญา มะเรืองประดิษฐ์
ผู้บันทึกเสียง : Conrad Bradley Slater
เทคนิคพิเศษ : The Fame Post Production Co., Ltd.
แต่งหน้า & ออกแบบทรงผม : มนตรี วัดละเอียด

2007年9月8日土曜日

Universal 3D
บทความนี้มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษ เนื่องจากว่ายังไม่มีชื่อภาษาไทยที่กระชับ เหมาะสม หรือไม่รู้วิธีอ่านในภาษาไทย
Universal 3D (U3D) คือรูปแบบไฟล์ของข้อมูล 3D ตามมาตรฐานของ W3C ซึ่งใช้มาตรฐานตาม Ecma International (Ecma-363) เริ่มต้นใช้ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2548 โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะพัฒนามาตรฐานของ ข้อมูลของวัตถุสามมิติสำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูล
ปัจจุบัน อะโดบี แอโครแบต และ ไมโครสเตชัน รับรองการทำงานของไฟล์นามสกุล U3D และสนับสนุนโดยฮิตาชิ และ อินเทล โดยในโปรแกรมของ อะโดบี แอโครแบต 3D มีเครื่องมือในการแปลงไฟล์ โปรแกรมที่สำคัญต่างๆ รวมถึง ออโตแคด 3d แม็กซ์ ไลท์เวฟ มาเป็นไฟล์ U3D

2007年9月7日金曜日


วิทยาเขตกาญจนบุรี ตำบลลุ่มสุ่ม อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี วิทยาเขตนครสวรรค์ ตำบลบึงเสนาท อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์
มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นมหาวิทยาลัยรัฐของประเทศไทย มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุด โดยมีชื่อเสียงในสาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ สาธารณสุข วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี ดุริยางคศาสตร์ และสังคมศาสตร์เฉพาะด้าน นับเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในแวดวงวิชาการอย่างมาก ซึ่งดูได้จากการที่มหาวิทยาลัยมีจำนวนผลงานทางวิชาการระดับนานาชาติ จำนวนนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น และผู้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ มากที่สุดในประเทศไทย
ทั้งนี้มหาวิทยาลัยมหิดลได้รับการจัดอันดับให้เป็นมหาวิทยาลัยระดับดีเลิศ และเป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ทั้งในด้านการเรียนการสอนและการวิจัย จากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยของไทย โดย สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
มหาวิทยาลัยมหิดลมี 4 วิทยาเขต โดยตั้งอยู่ที่ กรุงเทพมหานคร, จังหวัดนครปฐม, จังหวัดกาญจนบุรี และ จังหวัดนครสวรรค์

ประวัติ
ตราประจำมหาวิทยาลัย
กันภัยมหิดล ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย

ตรามหาวิทยาลัย ได้แก่ พระมหาพิชัยมงกุฎภายใต้ จักรกับตรีศูล และอักษร ม ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2512 โดย

  • พระมหาพิชัยมงกุฎ คือ ศิราภรณ์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญ แสดงว่า ทรงเป็นพระมหากษัตริย์
    จักร กับ ตรีศูล คือ ตราเครื่องหมายประจำพระบรมราชวงศ์จักรี พระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรไทย
    อักษร "ม" มาจากคำว่า "มหิดล"
    ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย ได้แก่ ต้นกันภัยมหิดล ซึ่ง สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ประทานพระราชวินิจฉัยชี้ขาดให้ "ต้นกันภัยมหิดล" เป็นต้นไม้สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2542 สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย

    ทำเนียบอธิการบดี
    มหาวิทยาลัยมหิดลเปิดสอนในระบบหน่วยกิต ปัจจุบันมีการจัดการเรียนการสอนและการวิจัยทั้งสิ้น 551 สาขาวิชา ปัจจุบัน มีหน่วยงานในสังกัด ดังนี้

    โรงเรียนราชแพทยาลัย การศึกษา

    บัณฑิตวิทยาลัย
    คณะกายภาพบำบัดและวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวประยุกต์
    คณะทันตแพทยศาสตร์
    คณะเทคนิคการแพทย์
    คณะพยาบาลศาสตร์
    คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
    คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
    คณะเภสัชศาสตร์
    คณะวิทยาศาสตร์
    คณะวิศวกรรมศาสตร์
    คณะเวชศาสตร์เขตร้อน
    คณะศิลปศาสตร์
    คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์
    คณะสัตวแพทยศาสตร์
    คณะสาธารณสุขศาสตร์
    คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ คณะ

    วิทยาลัยการจัดการ
    วิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา
    วิทยาลัยนานาชาติ
    วิทยาลัยศาสนศึกษา
    วิทยาลัยราชสุดา
    วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ วิทยาลัย

    สถาบันนวัตกรรมและพัฒนากระบวนการเรียนรู้[1]
    สถาบันพัฒนาการสาธารณสุขอาเซียน[2]
    สถาบันวิจัยประชากรและสังคม[3]
    สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท[4]
    สถาบันวิจัยโภชนาการ[5]
    สถาบันวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี[6]
    สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว[7]
    สถาบันอณูชีววิทยาและพันธุศาสตร์[8] สถาบันสมทบ

    วิทยาเขตกาญจนบุรี[9] เปิดสอน

    • หลักสูตรการจัดการบัณฑิต สาขาระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ และสาขาการจัดการทั่วไป
      หลักสูตรบัญชีบัณฑิต สาขาวิชาบัญชี
      หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีการอาหาร สาขาชีววิทยาเชิงอนุรักษ์ สาขาวิทยาศาสตร์การเกษตร และสาขาธรณีศาสตร์ โดยศึกษาวิชาพื้นฐานที่คณะวิทยาศาสตร์(ศาลายา) 1 ปี และศึกษาที่วิทยาเขตกาญจนบุรี อีก 3 ปี
      วิทยาเขตนครสวรรค์[10] เปิดสอน

      • หลักสูตรการจัดการบัณฑิต สาขาระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ และสาขาการจัดการทั่วไป
        หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย วิทยาเขต
        มหาวิทยาลัยมหิดล ตั้งอยู่บนพื้นที่ 4 แห่ง ได้แก่

        พื้นที่บริเวณกรุงเทพมหานคร โดยแบ่งออกได้ 4 บริเวณ ได้แก่

        • พื้นที่เขตบางกอกน้อย บริเวณโรงพยาบาลศิริราช เป็นที่ตั้งของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล คณะพยาบาลศาสตร์ และคณะเทคนิคการแพทย์
          พื้นที่เขตบางพลัด บริเวณเชิงสะพานพระปิ่นเกล้าฝั่งธนบุรี เป็นที่ตั้งของคณะกายภาพบำบัดและวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวประยุกต์
          พื้นที่เขตราชเทวี(ปกติจะนิยมเรียกว่า พญาไท มากกว่า)สามารถแบ่งออกเป็น 4 บริเวณ ได้แก่

          • บริเวณถนนพระรามที่ 6 เป็นที่ตั้งของคณะวิทยาศาสตร์ และคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
            บริเวณถนนราชวิถี เป็นที่ตั้งของคณะสาธารณสุขศาสตร์ และคณะเวชศาสตร์เขตร้อน
            บริเวณถนนศรีอยุธยา เป็นที่ตั้งของคณะเภสัชศาสตร์
            บริเวณถนนโยธี เป็นที่ตั้งของคณะทันตแพทยศาสตร์
            บริเวณถนนวิภาวดีรังสิต เป็นที่ตั้งของวิทยาลัยการจัดการ
            พื้นที่บริเวณจังหวัดนครปฐม ตั้งอยู่ ณ ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นที่ตั้งของคณะเทคนิคการแพทย์ (อาคารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการแพทย์) คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี (ภาควิชาพยาบาลศาสตร์) คณะวิทยาศาสตร์ (สถานที่สอนนักศึกษาชั้นปีที่ 1-2 ในทุกสาขาวิชาทางวิทยาศาสตร์แสะเทคโนโลยี) คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ วิทยาลัยนานาชาติ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา วิทยาลัยราชสุดา และวิทยาลัยศาสนศึกษา
            พื้นที่บริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ตั้งอยู่ ณ ตำบลลุ่มสุ่ม อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี
            พื้นที่บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ ตั้งอยู่ ณ ตำบลบึงเสนาท อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตนครสวรรค์ วิทยาเขตและสถานที่ตั้ง
            มหาวิทยาลัยมหิดลได้รับการยอมรับว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่ให้ความสำคัญกับงานวิจัย โดยอาจจะแบ่งกลุ่มงานวิจัยออกเป็น 5 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่ กลุ่มวิทยาศาสตร์การแพทย์และคลินิก กลุ่มวิทยาศาสร์สุขภาพและสาธารณสุข กลุ่มวิทยาศาสตร์และ้เทคโนโลยี กลุ่มมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ การจัดการ และศิลปศาสตร์ และกลุ่มภาษาและวัฒนธรรม

            งานวิจัย
            ดูบทความหลักที่ อันดับมหาวิทยาลัยในประเทศไทย
            มหาวิทยาลัยมหิดลได้รับการจัดอันดับให้เป็นมหาวิทยาลัยระดับดีเลิศ และเป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ทั้งในด้านการเรียนการสอนและการวิจัย จากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยของไทย โดย สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา

            วันสำคัญของมหาวิทยาลัยมหิดล
            ดูบทความหลักที่ รายนามบุคคลสำคัญจากมหาวิทยาลัยมหิดล
            คณาจารย์และบุคคลากรของมหาวิทยาลัยมหิดลนั้นได้รับแต่งตั้งเป็นนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นของไทยมากที่สุด และเป็นมหาวิทยาลัยที่มีผู้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ มากที่สุดในประเทศไทย โดยมีรายพระนาม และรายนามบุคคลสำคัญจากมหาวิทยาลัย เช่น

            สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ผู้ทรงบุกเบิกการแพทย์แผนใหม่ในประเทศไทย ผู้ทรงเป็นที่มาแห่งนาม 'มหิดล'
            ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์
            ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ.ประเวศ วะสี นักเรียนทุนอานันทมหิดล ผู้ได้รับรางวัลแมกไซไซ ปี พ.ศ. 2526 นักวิทยาศาสตร์ดีเด่น
            ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.นพ.ณัฐ ภมรประวัติ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ได้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นแห่งชาติ

2007年9月6日木曜日

พ.ศ. 2472 เหตุการณ์

สงครามกลางเมืองในอัฟกานิสถาน วันเกิด

20 มีนาคม - เฟอร์ดินันด์ ฟอช ผู้บัญชาการทหารชาวฝรั่งเศส ในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง (เกิด พ.ศ. 2394)
24 กันยายนสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย (พระราชสมภพ พ.ศ. 2434)

2007年9月5日水曜日

เภสัชกรรม
เภสัชกรรม(อังกฤษ:Pharmacy เป็นคำในภาษากรีกแปลว่ายา)หมายถึงวิชาชีพปรุงยาและจ่ายยา(medication) ปัจจุบันมีความหมายรวมถึงการดูแลผู้ป่วย(patient care)ซึ่งประกอบด้วย
หน้าที่เหล่านี้ถูกกำหนดเป็นกฎหมายของประเทศต่างๆ ดังนั้นเภสัชกร(Pharmacists)จึงต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญในการใช้ยารักษาโรค และเป็นวิชาชีพในสาธารณะสุขพื้นฐานผู้ซึ่งจะบริหารและจัดการการใช้ยาของชุมชนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

การปฏิบัติการทางคลีนิค(clinical practice)
ประเมินและทบทวนการใช้ยา(medication review)
ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการใช้ยา(drug information) สัญลักษณ์ของเภสัชกรรม
ผู้ที่สำเร็จการศึกษาทางด้านเภสัชกรรมในประเทศไทยจะใช้เวลา 5-6 ปี เรียกว่าเป็นเภสัชกร (Pharmacist)และจะกระจายกันไปทำงานในสาขาต่างๆ ของวิชาชีพเภสัชกรรมซึ่งประกอบด้วย

เภสัชชุมชน(Community Pharmacy)
เภสัชโรงพยาบาล(Hospital Pharmacy)
เภสัชอุตสาหกรรม(Industrial Pharmacy)
เภสัชนักวิเคราะห์(Analytical Pharmacy)
เภสัชการตลาด(Detailed Pharmacy)
เภสัชควบคุมอาหารและยา(Legal Pharmacy) สาขาวิชาวิชาชีพเภสัชกร
หลักสูตรเภสัชศาสตร์ระดับอุดมศึกษาในประเทศไทย แบ่งได้เป็น 2 แบบใหญ่ๆ ในปัจจุบัน คือ หลักสูตรเภสัชศาสตร์บัณฑิต 5 ปี และหลักสูตรเภสัชศาสตร์บัณฑิต 6 ปี ดู คณะเภสัชศาสตร์

การแยกหน้ากันระหว่างสั่งยาและจ่ายยา
เภสัชชุมชนคือเภสัชกรที่ทำงานในร้านขายยาเพื่อให้บริการแก่ชุมชนรอบร้านขายนั้น ซึ่งโดยทั่วไปเภสัชกรก็จะเป็นเจ้าของร้านขายยานั้นด้วยการทำงานของเภสัชกรในร้านขายยาจะมีลักษณะ 2 ส่วนที่ขัดแย้งกัน(dichotomy)คือ
จะเห็นว่าหน้าที่ 2 ส่วนคอนข้างขัดแย้งและสวนทางกันดังนั้นเภสัชกรที่ดี จะต้องบริหารความขัดแย้งนี้ให้อยู่ในภาวะสมดุลโดยใช้จรรยาบรรณแห่งวิชาชีพเป็นตัวควบคุมการปฏิบัติงานของเภสัชกรชุมชนในร้านขายยา ส่วนหนึ่งจะเป็นการขายยาตามใบสั่งแพทย์ และอีกส่วนหนึ่งคือการขายยาที่ไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ ส่วนใหญ่จะเป็นยาที่รักษาโรคง่ายๆ เช่นเป็นไข้ปวดหัวตัวร้อน โดยทั่วไปร้านขายยาจะเป็นที่เก็บยาและจ่ายยาไปในตัวซึ่งทั้งหมดจะควบคุมโดยกฎหมายยาซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

ส่วนแรกคือความเป็นผู้มีวิชาชีพทางด้านสาธารณะสุขที่จะต้องบริการผู้ป่วยในเรื่องการใช้ยาอย่างถูกต้อง ถูกโรค มีประสิทธิภาพสูงสุดและประหยัดที่สุด
ส่วนที่สองคือความเป็นเจ้าของธุรกิจร้านขายยาซึ่งจะต้องคำนึงถึงผลกำไร และความอยู่รอดของร้าน
มีสถานที่เก็บยาอย่างเหมาะสมถูกต้องและพอเพียง
ต้องมีอุปกรณ์และเครื่องมือในการปรุงยาและจ่ายตามที่กำหนด
ต้องมีห้องหรือสถานที่ที่ให้เภสัชกรใช้ปรุงยา จ่ายยา แนะนำผู้ป่วย ฝึกผู้ช่วยเภสัชกร
ต้องมีเภสัชกรอยู่ประจำร้านตลอดเวลาที่เปิดดำเนินการ
กฎหมายในบางประเทศระบุว่าผู้เป็นเจ้าของร้านขายยาต้องเป็นเภสัชกร(registered pharmacist) องค์กรวิชาชีพ

National Association of Boards of Pharmacy
Pharmacy Board of New South Wales
Pharmacy Board of Victoria (Australia)

2007年9月4日火曜日


พระราชอาสน์ เป็น วัตถุที่คู่องค์พระมหากษัตริย์สยามมาตั้งแต่สมัยโบราณ
พระที่นั่ง พระราชอาสน์ พระราชบัลลังก์ ที่สำคัญมีดังนี้:

พระที่นั่งบุษบกมาลา พระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์
พระที่นั่งภัทรบิฐ กางกั้นด้วยพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร คือฉัตรขาว 9 ชั้น ประดิษฐานอยู่ที่ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ ด้วยเช่นกัน เป็นพระที่นั่งสำหรับพระมหากษัตริย์ เสด็จขึ้นประทับทรงรับเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ เครื่องบรมราชูปโภคอันเป็นโบราณมงคล พระแสงอัษฎาวุธ และ พระแสงราชศาสตราวุธ ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

พระที่นั่งภัทรบิฐ
พระที่นั่งพุดตานกาญจนสิงหาสน์ เป็นพระราชบัลลังก์ทองขนาดย่อม เมื่อมีพระราชพิธีจะเชิญมาทอดบนพระราชบัลลังก์ประดับมุกภายใต้พระนพปฏลมหาเศวตฉัตรอีกชั้นหนึ่ง ใน พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระมหากษัตริย์จะเสด็จขึ้นประทับบนพระราชบัลลังก์นี้ เพื่อเสด็จออกมหาสมาคมเป็นครั้งแรกในรัชกาลของพระองค์

พระแท่นราชบัลลังก์ประดับมุก
พระราชอาสน์ราชบัลลังก์ พระที่นั่งพุดตานถม เป็นพระราชอาสน์ที่ประดิษฐานอยู่ในพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เป็นศิลปกรรมเครื่องถมชิ้นเอกของประเทศไทย สร้างน้อมเกล้าฯ ถวายโดยเจ้าพระยานครศรีธรรมราช ประดิษฐานอยู่บนพระแท่นมาลาฐานหินอ่อน กางกั้นด้วยพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร 9 ชั้น เป็นที่ประทับสำหรับพระมหากษัตริย์ ในโอกาสสำคัญ บ้างก็เสด็จประทับบนพระที่นั่งพุดตานถม บ้างก็เสด็จออกทรงยืนหน้าพระที่นั่งพุดตานถม เพื่อเสด็จออกให้คณะทูตานุทูตต่างประเทศ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายพระราชสาส์นตราตั้ง เฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล หรือเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทในโอกาสพิเศษต่างๆ เช่นเมื่อตอนการประชุม APEC

2007年9月3日月曜日

ถนนพระรามที่ 6
ถนนพระรามที่ 6 (Thanon Rama VI) เป็นถนนสำคัญสายหนึ่งในกรุงเทพมหานคร แยกจากถนนพระรามที่ 1 ที่สี่แยกพงษ์พระราม แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน บริเวณใกล้วัดชำนิหัตถการ (วัดสามง่าม) ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ข้ามคลองมหานาคเข้าสู่พื้นที่แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี ตัดกับถนนเพชรบุรี (สี่แยกอุรุพงษ์) และทางรถไฟสายตะวันออก เข้าสู่แขวงทุ่งพญาไท ตัดกับถนนศรีอยุธยา (สี่แยกศรีอยุธยา) ถนนราชวิถี (สี่แยกตึกชัย) ข้ามคลองสามเสน และเริ่มเลียบคลองประปาในพื้นที่แขวงสามเสนใน เขตพญาไท ตัดกับถนนนครไชยศรี (สามแยกโรงกรองน้ำ) ตัดกับถนนพระรามที่ 6 ซอย 34 และถนนพระรามที่ 6 ซอย 37 (สี่แยกพิบูลวัฒนา) ตัดกับถนนประดิพัทธิ์ (สี่แยกประดิพัทธิ์) จากนั้นไปทางทิศตะวันตก ตัดกับถนนกำแพงเพชร ทางรถไฟสายเหนือ และถนนเทอดดำริ เข้าสู่พื้นที่แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต จนถึงถนนเตชะวณิช (สามแยกวัดสะพานสูง)
ถนนพระรามที่ 6 เดิมชื่อ "ถนนประทัดทอง" สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คำว่า "ประทัดทอง" นั้นจากชื่อเครื่องลายครามที่มีภาพต้นประทัดทอง ภายหลังเรียกเพี้ยนเป็นบรรทัดทอง
ครั้นมาถึงในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อถนนประทัดทองตลอดทั้งสายเป็น "ถนนพระรามที่ 6" เพราะเป็นถนนที่ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ปรับปรุงเป็นเส้นทางไปโรงกรองน้ำประปาสามเสน และต่อไปยังสะพานพระราม 6